ผู้สนับสนุน

  1. mwake.com
  2. kpopfc.com

มีบางคนบอกว่าเมื่อลมหนาวพัดมา…นกน้อยก็ควรจะออกบิน (ไปเที่ยว)

แต่สำหรับนกน้อยบางตัว พอได้กลิ่นลมหนาวที่พัดมาจากทางทิศเหนือ ก็อดที่จะคิดถึงบ้านไม่ได้ แต่ในเมื่อยังไม่ถึงเวลาที่จะกลับก็เลยต้องหาอะไรมาทำเพื่อคลายความคิดถึงบ้านลงบ้าง
โดยวันนี้นกน้อยตัวนี้อาสาจะพาเที่ยวบ้านเกิดจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทยนั่นก็คือจังหวัดเชียงราย พอคิดว่าจะพาเที่ยวแต่ก็ดันคิดไม่ตกว่าจะพาไปที่ไหนบ้าง ขอสารภาพตามตรงว่าถึงจะเป็นสาวเชียงรายแต่ก็ยังเที่ยวไม่ทั่วเลย(อายนะเนี้ย)
นี่ละน้าเค้าถึงบอกว่าอะไรที่มันอยู่ใกล้ๆเห็นจนชินตาเรามักจะมองไม่เห็นความสำคัญ สุดท้ายก็คงต้องพึ่งข้อมูลของททท. เอาเป็นว่าวันนี้จะพาเที่ยวโดยยึดเอาพาสปอร์ตท่องเที่ยวแคมเปญ “7 อะเมซิ่งเชียงราย” ก็แล้วกันนะคะ
ที่แรกที่จะพาไปเที่ยวก็คือ งานมหาบุญจุลกฐินกับการทอผ้ากฐินให้แล้วเสร็จภายในหนึ่ง คืนที่ริมแม่น้ำโขง ณ วัดพระธาตุผาเงา อ.เชียงแสน ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดฤดูท่องเที่ยวด้วย

 

วัดพระธาตุผาเงา

วัดพระธาตุผาเงา

 

งานนี้เริ่มตั้งแต่เก็บดอกฝ้าย ปั่นฝ้าย ทอผ้า เย็บ ย้อม จนเสร็จก่อนรุ่งเช้า เพื่อถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ เป็นภาพ ประทับใจที่เห็นผู้คนต่างช่วยกันลงมือลงแรงร่วมใจทำกันอย่างเต็มที่ และพอหกโมงเช้าก็มีการจัดเตรียมพิธีแห่ผ้ากฐินอย่างอลังการ
บรรดาแม่อุ๊ยที่ปั่นฝ้ายเมื่อคืนหน้าตาผ่องใสรอพิธีการกันแต่เช้าตรู่ เมื่อทอดผ้ากฐินแล้วก็เป็นอันเสร็จพิธี

“วัดพระธาตุผาเงา” นั้นเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของเชียงราย ชื่อของวัดนี้มาจากชื่อของพระธาตุผาเงาซึ่งตั้งอยู่บนยอดหิน ก้อนใหญ่ ภายในอุโบสถประดิษฐาน “หลวงพ่อผาเงา” พระพุทธรูปโบราณที่จมอยู่ในดิน
ถ้าขึ้นไปอีกหน่อยเพื่อสักการะพระบรมธาตุพุทธนิมิตเจดีย์สีขาว จะมองเห็นทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงและฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน

 

 

วัดพระธาตุผาเงา

วัดพระธาตุผาเงา

 

เรายังไม่ไปจากเชียงแสนง่ายๆ เนื่องจากเมืองนี้มีประวัติศาสตร์มายาวนาน เดิมชื่อ เวียงหิรัญนครเงินยาง ปัจจุบันยังมีซากกำแพงเมืองโบราณ 2 ชั้น และโบราณสถานหลายแห่งปรากฏอยู่ทั้งในและนอกตัวเมือง

 

 

ซากเมืองโบราณอำเภอเชียงแสน

 เพื่อชมซากเมืองโบราณ เราไปนั่งรถไฟฟ้าที่ศูนย์บริการข้อมูลอำเภอเชียงแสน จ่ายค่านั่งรถคนละ 20 บาท ทัวร์รอบเมืองเก่า โดยได้ชมทั้งเขตกำแพงเก่า วัดโบราณ อาทิ วัดเจดีย์หลวง วัดเชตวัน วัดพระเจ้าล้านทอง วัดร้อยข้อ วัดอาทิต้นแก้ว และวัดป่าสัก เป็นต้น

จาก อ.เชียงแสนเข้าสู่ อ.แม่สาย…แหะ…ไม่ได้ไปช็อป หรอกค่ะ แต่เราขึ้นไปสักการะ “พระธาตุดอยเวา” (เวา แปลว่า แมงป่องช้าง)

 

พระธาตุดอยเวา

 

ซึ่งอยู่บนดอยริมฝั่งแม่น้ำแม่สาย มีตำนานของพระธาตุนี้ว่า พระองค์เวา ผู้ครองนครโยนกนาคพันธ์สร้าง
เพื่อบรรจุพระเกศาธาตุองค์หนึ่งเมื่อ พ.ศ.364 บนยอดดอยเวา เป็นจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ของอำเภอแม่สาย และท่าขี้เหล็กทางฝั่งพม่าได้อย่างชัดเจน

 

 

พระธาตุดอยตุง

 

ต่อจากนั้นเรายังถูกเหวี่ยงไปเรื่อยๆ จนจะถึง “พระธาตุ ดอยตุง” เล่ากันว่าสร้างขึ้นสมัยพระเจ้าอชุตราช กษัตริย์นครโยนกนาคพันธ์ พระองค์ได้ทำธงตะขาบ (ตุง) ความยาวพันวา ปักบนยอดเขา หากหางตุงปลิวไปที่ใด
ก็ให้กำหนดเป็นฐาน ขององค์เจดีย์ที่สร้างขึ้นเป็นที่บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า (ด้วยเหตุนี้ที่นี่จึงชื่อว่าดอยตุง) ต่อมาพระมหา วิชรโพธิเถระได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาถวายพระโอรสของพระเจ้าอชุตราช
จึงให้สร้างเจดีย์อีกองค์ใกล้กับเจดีย์เดิม จากนั้นพระธาตุดอยตุงจึงมีเจดีย์สององค์เรื่อยมา พระธาตุดอยตุงนั้นเป็นพระธาตุประจำปีกุน จะเห็นว่าคนที่เกิดในปีกุน จะนิยมมานมัสการและบูชาด้วยรูปหมูเพื่อเป็นสิริมงคล

ต่อจากนั้นเราก็ไปที่ อ.แม่จัน เพื่อไปสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรดีเด่น “ไร่แม่จันแวลเล่ย์” ซึ่งต้องนั่งเรือข้ามอ่างเก็บน้ำแม่เปิน มีเนื้อที่ 1,300 ไร่ สามารถเที่ยวชมไร่องุ่น และ โรงหมักไวน์ ที่นี่ผลิตทั้งไวน์ขาวและไวน์แดง มีไวน์พรีเมี่ยม
 คือ ชาโต้ เดอ แม่จัน นอกจากนั้นยังมีไร่ชาขนาดใหญ่ปลูกชาอู่หลง ชาอู่หลงของที่นี่ได้รับการยอมรับว่าเป็นชาที่ดีที่สุด เหมาะกับการปลูกในสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศในแถบดอยแม่สลอง ซึ่งเป็นที่นิยมมากในประเทศไต้หวันและประเทศจีน
กลิ่นหอมๆ ชวนให้นั่งลงพักผ่อนพลางจิบชายามสายลมจากช่องเขาพัดมา…น่างีบเหลือเกิน

 

 

แม่จันแวลล่า

เราจึงเปลี่ยนทิศจากดอยมาเป็นสู่ลำน้ำที่ อ.เมือง ลงเรือล่องท่อง “แม่น้ำกก” ชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำ ผ่านเกาะแก่งเล็กๆ ผ่านภูเขาสูง ชมตลิ่งที่พังทลายเพราะน้ำหลาก ก่อนจะขึ้นฝั่งที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร เพื่อทักทายช้างเพื่อนยาก
โดยเส้นทางล่องแม่น้ำนี้เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชื่นชอบมาก คุณจะได้เห็นธรรมชาติในมุมเล็กๆ ที่สบายตาและสบายใจเหลือจะเอ่ย

 

 

แม่น้ำกก

 

การเดินทางเที่ยวเชียงรายของเราจบลงบนสายน้ำ…แต่ความมหัศจรรย์ของแดนล้าน นาแห่งนี้ยังคงไม่จบ และเมื่อไหร่ที่มีโอกาส เราอาจจะกลับไปอีกครั้ง ไปรำลึกถึงเชียงราย เพื่อเก็บตราประทับลงในพาสปอร์ต “7 อะเมซิ่งเชียงราย” ให้ครบ ! :D

เที่ยวเชียงรายในฤดูกาลนี้ จะรู้สึกเหมือนเล่นแรลลี่ เพราะมีกิจกรรม “7 อะเมซิ่งเชียงราย” กับการเก็บตราประทับจากจุดท่องเที่ยว 7 แห่ง ของเชียงราย ได้แก่
1.อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย
2.วัดพระแก้ว
3.รอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9
4.วัดร่องขุ่น
5.พระธาตุ ดอยตุง
6.พระธาตุดอยเวา
7.พระธาตุผาเงา
และเมื่อได้ครบทั้ง 7 แห่งแล้วเขียนชื่อที่อยู่เพื่อร่วมจับฉลากลุ้นรับรางวัลใหญ่ ตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ-เชียงราย พร้อมที่พัก และของที่ระลึกจาก ททท. (สอบถามข้อมูลที่โทร.0-5371-7433, 0-5374-4674-5)

 

เฮ้อ ยิ่งเขียนก็ยิ่งอยากกลับบ้าน นี่ก็เร่งนับวันที่จะได้กลับไปเยี่ยมบ้านช่วงปีใหม่ ไม่แน่นะคะหากคุณไปเที่ยวเชียงรายช่วงปีใหม่นี้เราอาจจะได้เจอกันก็ได้

ยังไงก็อย่าลืมทักทายกันด้วยนะคะ ส่วนนกน้อยตัวนี้ไปเตรียมแพ็คของกลับบ้านดีกว่า สวัสดีเจ้า

6 June 2010 , 05:57:11 AM